มัสมั่น แกงไทยที่ถูกยกย่องให้เป็นเมนูอาหารอร่อยที่สุดในโลก

53 0

ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวส่งผลให้อาหารไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล ภัตตาคารชั้นนำของโลกหลายแห่งบรรจุอาหารไทยเป็นหนึ่งในรายการอาหารประจำร้าน โดยมีต้มยำกุ้งและส้มตำเป็นพระเอกชูโรง หลายครั้งที่มีการจัดลำดับความอร่อยของอาหารทั่วโลกก็มักจะมีอาหารไทยรวมอยู่ด้วยทุกครั้ง จนในที่สุดอาหารสัญชาติไทยก็สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดด้วยตำแหน่งเมนูอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก จากผลงานด้านรสชาติของ “มัสมั่น” แกงไทยตำรับวังหลวง

มัสมั่น เมนูอาหารอร่อยที่ส่งผ่านกาลเวลา

                “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง

ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา”

                ความบทหนึ่งของพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน สะท้อนถึงความอร่อยของเมนูอาหารชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี มัสมั่นนั้นเป็นแกงที่มีรสชาติกลมกล่อมทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ลักษณะคล้ายแกงกะหรี่ของชาวอินเดีย โดยเป็นแกงโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากชาวเปอร์เซียเชื้อสายมุสลิมที่เดินทางมาทำการค้าในสมัยนั้น

จากเมนูอาหารชาววัง ก้าวสู่ครัวโลก

                แกงมัสมั่นโดดเด่นด้วยกะทิคั้นสดที่เคี่ยวจนแตกมัน เครื่องแกงที่นำเครื่องเทศและสมุนไพรนานาชนิดมาคั่วและโขลกผสมผสานกันอย่างลงตัว เนื้อสัตว์ที่นิยมนำมาใช้มีทั้งเนื้อวัว เนื้อไก่ และเนื้อหมู และอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้คือมันฝรั่ง ซึ่งเดิมทีนิยมใช้มันเทศ แต่เมื่อมีการนำมันฝรั่งเข้ามาปลูกอย่างแพร่หลายจึงถูกนำมาใช้แทน เนื่องจากสีสวยและเนื้อสัมผัสที่ละมุนกว่า ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศบวกกับกรรมวิธีการปรุงที่พิถีพิถันจนได้แกงที่มีรสชาติกลมกล่อม มัสมั่นจึงเป็นหนึ่งในเมนูอาหารของไทยที่ถูกนำเสนอให้ชาวต่างชาติลิ้มลองจนเป็นที่ถูกอกถูกใจและมีการเผยแพร่ไปทั่วโลก

มัสมั่น เมนูอาหารอร่อยที่สุดในโลก

                มัสมั่นกลายเป็นเมนูอาหารที่โด่งดังเป็นพลุแตกและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อ CNN สื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้เผยแพร่บทความผ่านทางหน้าเว็บไซต์ CNN Travel ในหัวข้อ 50 อาหารอร่อยที่สุดในโลก โดยปรากฏชื่อของแกงสัญชาติไทยอยู่ในอันดับที่ 1 เหนือเมนูยอดนิยมอย่างพิซซ่าของอิตาลี ช็อกโกแลตของเม็กซิโก ซูชิของญี่ปุ่น และเป็ดปักกิ่งของจีน ซึ่งภายในบทความดังกล่าวให้การยกย่องแกงมัสมั่นไว้ว่า “นี่คือราชาแห่งแกงกะหรี่และราชาแห่งอาหารทั้งปวง ทั้งความเผ็ด ความมันจากกะทิ ความหวาน และความจัดจ้านด้านรสชาติ แม้จะใช้เพียงซอสสำเร็จรูปที่หาซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตก็สามารถทำให้คุณกลายเป็นพ่อครัวระดับมิชลินได้เลย” ทั้งนี้บทความดังกล่าวได้เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2011 ก่อนจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อปี 2017 และปรับปรุงอีกครั้งในปี 2021 ซึ่งมัสมั่นก็ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

                ความอร่อยของมัสมั่นมีส่วนช่วยผลักดันให้เมนูอาหารสัญชาติไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวทีโลก จนอาหารไทยกลายเป็น 1 ใน Soft Power ที่มีศักยภาพบนเวทีนานาชาติ นับเป็นการตอกย้ำแนวคิดที่ว่า “อาหารไทยอร่อยไม่แพ้ชาติใดบนโลก”